Personal tools
You are here: Home คลังความรู้ แลกเปลี่ยน-ประสบการณ์ การเลือกใช้ตู้ดูดควัน หรือ Fume Hood

การเลือกใช้ตู้ดูดควัน หรือ Fume Hood

ตู้ดูดควัน หรือ Fume Hood คืออุปกรณที่ใช้ดูดไอสารเคมีในห้องปฎิบัติการขณะทำlab เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อผู้ปฎิบัติงานเองและผู้อื่นด้วย

     ตู้ดูดควัน หรือ Fume Hood คืออุปกรณที่ใช้ดูดไอสารเคมีในห้องปฎิบัติการขณะทำlab เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อผู้ปฎิบัติงานเองและผู้อื่นด้วย มีลักษณะเป็นตู้มีบานเลื่อนเปิดปิดขึ้นลง ตู้ดูดควันควรทำจากวัสดุที่ทนต่อการกัดกร่อนได้ดีเช่น ไฟเบอร์กราสที่ทนการกัดกร่อน หรือโลหะเคลือบสีอีฟ๊อกซี่


02_01


 

ตู้ตูดควันที่ใช้งานควรเลือกให้เหมาะสมกับสารเคมีที่ใช้เช่นหากใช้สารเคมีที่มีความเข้มข้นสูงและสามารถละลายน้ำได้ ต้องใช้ตู้ดูดควันประเภทที่มีชุดกำจัดไอกรด หรือ Scrubber เพื่อลดปริมาณการปล่อยออกของไอสารเคมีสู่บรรยากาศ ส่วนสารเคมีที่มีความเข้มข้นสูงแต่ไม่สามารถละลายน้ำได้ ควรใช้ตู้ดูดควันที่มีแผ่นกรองที่เรียกว่า คาร์บอนฟิลเตอร์เป็นตัวกรองก่อนปล่อยสู่บรรยากาศ ฉะนั้นผู้ที่ใช้ตู้ดูดควันควรรู้ว่า สารเคมีที่ใช้เป็นประเภทใด และควรใช้กับตู้ดูดควันประเภทไหน


02_002                  02_03

ตู้ตัวนี้ไม่มี scrubber                                                    ตู้ตัวนี้มี scrubber

 

อย่าลืมนะครับว่า เมื่อไอสารเคมีถูกดูดไปแล้ว ก็จะปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศปะปนกับอากาศที่เราสูดเข้าปอดอยู่ทุกวัน ถ้าอยากให้อากาศบริสุทธิ์หายใจได้นานๆ เราต้องช่วยกันนะครับ

 

ปัญหาที่พบบ่อยจากการแจ้งซ่อมตู้ดูดควัน

1.มอเตอร์ดูดควันไม่ทำงาน อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่นมอเตอร์เสีย หรือ ระบบจ่ายไฟไม่ทำงาน หรืออื่นๆกรณีเมื่อตรวจเช็คอย่างละเอียดแล้วปรากฏว่ามอเตอร์เสีย ต้องทำการถอดมอเตอร์ไปซ่อมแล้วนำกลับมาใช้ใหม่อาจจะใช้เวลาประมาณ 7-15 วันในการซ่อมค่าใช้จ่ายก็ประมาณ 2,000-5,000 บาท แล้วแต่อาการของมอเตอร์นั้น หรือถ้ามอเตอร์ตัวนั้นเกินจะเยียวยาแล้วต้องเปลี่ยนตัวใหม่ อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายถึง 20,000-30,000 บาทเลยทีเดียวแต่จากการตรวจซ่อมมา ไม่เคยมีมอเตอร์ตัวไหน ที่ไม่สามารถซ่อมได้เลยกรณีระบบจ่ายไฟไม่ทำงานเมื่อตรวจเช็คหาสาเหตุแล้วบางอาการก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่บางอาการอุปกรณ์เสีย ราคาก็อยู่แค่หลักร้อยเท่านั้น

2.แรงดูดไม่สม่ำเสมอ มีกลิ่นไอสารเคมีออกมานอกตู้


สาเหตุอาจเกิดจากปัจจัยต่างๆเหล่านี้

  1. มอเตอร์ดูดเสื่อมคุณภาพ ทำให้แรงดูดไม่เพียงพอ ก็อาจต้องถอดมอเตอร์ไปซ่อมใหม่ หรือเปลี่ยนมอเตอร์ไปเลย ก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่มี
  2. ท่อดูดเกิดการรั่ว ทำให้อากาศไหลเข้าไปในท่อได้ อันนี้งานใหญ่เลย ถ้าไม่สามารถอุดรูรั่วได้ ก็จำเป็นจะต้องเปลี่ยนท่อเลยครับ
  3. เปิดบานตู้กว้างมากเกินไปทำให้แรงดูดไม่เพียงพอ ความเร็วหน้าบานตู้ดูดควัน ไม่ควรต่ำกว่า 100 f/m ในความสูงหน้าบาน 30cm หากความเร็วลมน้อยกว่านี้ ควรถอดมอเตอร์ไปซ่อม แต่ถ้าแรงดูดมากไปก็จะทำให้เกิดการสูญเสียอากาศในห้องได้ จึงควรยกบานให้สูงขึ้นอีก เพื่อลดความเร็วลม

02_04

แนววางมอเตอร์ของตู้ดูดควันบนดาดฟ้า



02_05

ตู้ดูดควันที่ใช้ร่วมกับ scrubber


     จากการเดินสำรวจบนชั้นดาดฟ้าของตึกวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นที่ตั้งของมอเตอร์ของตู้ดูดควันที่มาจากห้องต่างๆภายในตึกนี้ พบว่า ตู้ดูดควันที่มี scrubber มีเพียงแค่ 5 ตู้เท่านั้น ซึ่งแต่ละตู้ก็ไม่ทราบว่า ยังใช้งานได้ดีอยู่

หรือเปล่า เพราะเพียงแค่เปิดสวิทช์ที่หน้าตู้ ก็ไม่สามารถรู้ได้หรอกว่า scrubber ยังทำงานอยู่ไหม เพียงแค่เห็นไฟสีเขียวหรือสีแดง ที่สวิทช์ติด ก็เป็นอันใช้ได้แล้ว และจากการเดินอยู่บนดาดฟ้า ก็ยังได้กลิ่นของไอสารเคมีอยู่เลย จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า ลมที่ถูกดูดมาจากห้องปฎิบัติการได้นำเอาไอของสารเคมีที่มีความเข้มข้นสูงมาปล่อยทิ้งในชั้นบรรยากาศแล้ว ก็เป็นได้


02_06

ปลายท่อของตู้ดูดควันบนดาดฟ้าตึก



หากข้อมูลมีความผิดพลาดประการใด ก็ต้องขออภัยและก็ขอคำชี้แนะด้วยครับ

กรุงประกาย อัมโร

ช่างอิเล็กทรอนิกส์ปฏิบัติงาน

หน่วยเครื่องมือกลางคณะวิทยาศาสตร์

Krungprakai.a@psu.ac.th

Document Actions
โปรโมชันแนะนำ / อัตราค่าบริการ

promo

rate_banner

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

link5

กระทรวงสาธารณสุข
http://www.moph.go.th/

กรมวิทยาศาสตร์บริการ
http://www.dss.go.th/

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
http://www.dmsc.moph.go.th/

สถาบันอาหาร
http://www.nfi.or.th/

« October 2014 »
October
MoTuWeThFrSaSu
12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031