Skip to content. | Skip to navigation

Personal tools

This is SunRain Plone Theme

น้ำในนาเกิดอาการคันที่สงขลา

เมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมา ศูนย์บริการตรวจสอบฯ ได้รับตัวอย่างน้ำในนา จาก อบต.น้ำขาว และอบต. สะพานไม้แก่น ซึ่งลักษณะทางกายภาพของน้ำ จะขุ่นด้วยโคลนในนา วางไว้จะใส ไม่มีกลิ่นเหม็น ที่ผิดปกติ จากการตรวจวิเคราะห์ทางเคมี มีค่าความเป็นกรด-ด่างปกติ (6-7.5) ค่าปริมาณของแข็งที่ละลายในน้ำประมาณ 30 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งก็เป็นค่าปกติของน้ำในนา ไม่มีโลหะหนัก ไม่มีซัลไฟด์ หรือไซยาไนด์ ทางห้องปฏิบัติการจึงแนะนำไปว่า น่าจะต้องไปตรวจอาการแพ้ที่ห้องปฏิบัติของโรงพยาบาล เพื่อหาสาเหตุต่อไป

จากกรณีมีชาวบ้านจำนวนมากกว่า 200 คน ซึ่งเป็นชาวนาในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ประสบกับปัญหาดำนาแล้วเกิดผดผื่นคัน และเป็นตุ่มตามแขนขา ตลอดช่วงเวลาประมาณเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลทำนาของภาคใต้ และชาวนาส่วนใหญ่ยังคงทำนาแบบดั้งเดิม โดยอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นไม่มีใครทราบว่าเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ และมีการตั้งข้อสังเกตทั้งในส่วนของน้ำเสียจากครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม และเชื้อปรสิตจากหอยในนานั้น

ผอ.โรงพยาบาลจะนะ เผย สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหอยคันมีถึง 233 คน แต่เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปีที่พบมากขนาดนี้ โดยโรคนี้หายได้เองใน 1-2 สัปดาห์ โดยยังไม่ชัดว่าอะไรทำให้เกิดการระบาดของพยาธิในหอยคัน

ล่าสุดเกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 63 นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ เปิดเผยว่า ในช่วงเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา ได้มีชาวนาในพื้นที่ 7 ตำบล ของ อ.จะนะ มาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจะนะ ด้วยอาการเดียวกันคือ เป็นผดผื่นคันตามร่างกายมากถึง 233 คน โดยเฉพาะที่แขนและขา ซึ่งเป็นส่วนที่สัมผัสกับน้ำในนาโดยตรง และคาดว่าอาจจะมีจำนวนมากกว่านี้ แต่อาการอาจจะไม่ถึงขึ้นรุนแรง หรือรอให้หายไปเอง จึงไม่ได้มาพบแพทย์ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นพบเป็นครั้งแรก และมีผู้ป่วยจำนวนมากในรอบ 20 ปี

ผอ.โรงพยาบาลจะนะ กล่าวต่อว่า สำหรับการวินิจฉัยสาเหตุของผื่นคันที่เกิดขึ้นนั้น จากการร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สำนักโรคจากการประกอบอาชีพ กระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งสถาบันโรคผิวหนังภาคใต้ จ.ตรัง และคณะแพทย์จากโรงพยาบาลหาดใหญ่ และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ร่วมกันมาสอบสวนโรค และหาสาเหตุ รวมทั้งจากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ทำแผนที่การระบาด รวมทั้งการนำตัวอย่างน้ำและหอยในนาไปตรวจ โดยมีผู้ป่วย 4 รายยินดีให้ จนท.ทำ skin biopsy หรือผ่าเอาเนื้อผิวหนังไปตรวจโดยกล้องจุลทรรศน์ ในที่สุดพบว่ามาจากตัวอ่อนพยาธิใบไม้ในเลือดที่อยู่ในตัวหอยคัน ที่เป็นหอยขนาดเล็กที่อยู่ในนาข้าว หรืออาจจะจะเรียกสั้นๆ ว่า โรคหอยคัน เนื่องจากผลการตรวจผู้ป่วยพบตัวอ่อนพยาธิ 3 คน จากที่ส่งตรวจไป 4 คน และในน้ำที่ส่งตรวจก็พบเชื้อพยาธินี้ด้วย ส่วนหอยที่อยู่ในนาข้าวอีก 2 ชนิด คือ หอยเชอรี่ และหอยโข่ง ในตอนนี้ยังไม่พบตัวอ่อนของพยาธิ

นพ.สุภัทร กล่าวอีกว่า ส่วนอาการคัน หรือผื่นเกิดจากตัวอ่อนของพยาธิที่ไชเข้าไปสู่ผิวหนังของคนไข้ แต่พยาธินี้เป็นพยาธิใบไม้ในเลือดที่เติบโตได้เฉพาะในสัตว์ (Animal Schistome) ไม่สามารถเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยในคนได้ เมื่อชอนไชเข้าสู่ร่างกายของคน พยาธิก็จะตายหลังจากไชไประยะเวลาหนึ่งที่บริเวณชั้นผิวหนัง และการไชไปตามผิวหนังก็กระตุ้นให้เกิดผื่นและอาการคัน ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาการตอบสนองของภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยพบว่าคนไข้ส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นได้เองหลังผ่านไป 1-2 อาทิตย์ และการใช้ยาทากลุ่มสเตียรอยด์ทั่วไปก็สามารถช่วยให้ผู้ป่วยหายเร็วขึ้น ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปที่มีเภสัชกรเป็นผู้ควบคุม

ผอ.โรงพยาบาลจะนะ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถอธิบายได้ว่าอะไรเป็นปัจจัยทำให้เกิดการระบาดของเชื้อพยาธิในครั้งนี้ หรือเพราะว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เอื้อต่อการเติบโตของหอยคัน และเชื้อพยาธิ หรือการไหลหมุนเวียนของน้ำ หรือของเสียจากสารเคมี หรือแม้กระทั่งห่วงโซ่อาหารที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งต้องร่วมกันหลายภาคส่วนในการระดมความคิดเห็น และหาแนวทางแก้ปัญหาที่อาจจะส่งผลต่อเนื่องกับชาวนาในระยะยาว.

อ้างอิง

https://www.thairath.co.th/news/local/south/1974924

title-download.jpg

Contact-US03.gif