Skip to content. | Skip to navigation

Personal tools

This is SunRain Plone Theme

ใครว่าทุเรียน กินแล้วอ้วน

ใครบอกว่า..กินทุเรียนแล้วอ้วน

คนที่กลัวอ้วนมักจะมีคำถามเกิดขึ้นในใจเสมอว่า ควรจะกินอะไรดี? กินได้มากน้อยเท่าไร? หรือกินตอนไหนจะอ้วนน้อยที่สุด? ซึ่งคำถามเหล่านี้มักจะลอยเข้ามาในหัวของกลุ่มคนที่อยากผอมทุกครั้งเมื่อพวกเขาคิดจะรับประทานอาหารอะไรสักอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอาหารที่มีแนวโน้มที่จะทำให้อ้วน เพราะมีส่วนประกอบของน้ำตาลที่มากกว่า

 

 

    “ทุเรียน” ก็มักจะเป็นอีกหนึ่งชนิดอาหารที่คนกลัวอ้วนไม่ค่อยกล้ากินมันเข้าไปสักเท่าไร เพราะผลไม้ชนิดนี้ขึ้นชื่อว่าจะมีผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว แต่จะเป็นจริงอย่างที่คุณคิดเอาไว้หรือไม่ เรามีคำตอบให้คุณแล้วค่ะ 

    ด้วยกลิ่นหอมเฉพาะตัว รสหวานนุ่มละมุนลิ้น และเนื้อสัมผัสที่คุ้นเคย ทำให้ทุเรียนกลายเป็นของโปรดของใครหลายๆคน แต่นอกจากความอร่อยที่คุณจะได้รับแล้ว ทุเรียนยังมอบโทษบางอย่างแก่ร่างกายหากรับประทานมันอย่างไม่ถูกวิธี ด้วยเหตุนี้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้ถึงวิธีการบริโภคทุเรียนในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายมีโอกาสได้รับประโยชน์จากผลไม้ชนิดนี้แทนที่จะได้โทษที่ใครก็ไม่ต้องการ

เนื้อเหลืองอวบของทุเรียน  ประกอบด้วยสารอาหารสำคัญดังต่อไปนี้

สารอาหารตัวแรก ก็คือ “แป้งหรือคาร์โบไฮเดรต” ที่เป็นส่วนประกอบที่มากที่สุดในเนื้อของทุเรียน คาร์โบไฮเดรตนี้เองที่มีผลให้คุณเกิดโรคอ้วนได้ง่าย เพราะฉะนั้น จำเป็นจะต้องควบคุมปริมาณการบริโภคให้ไม่มากจนเกินไป สารตัวที่สอง ก็คือ “ไขมัน” ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่มีอยู่ในปริมาณไม่มากเท่ากับแป้งหรือคาร์โบไฮเดรต อีกทั้งไขมันที่มียังส่งผลให้ร่างกายได้รับสารตัวที่ 3 หรือ ‘วิตามินอี’ ซึ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพอีกด้วย นอกจากวิตามินอีแล้ว ในทุเรียนยังพบวิตามินและแร่ธาตุชนิดอื่นๆ อันได้แก่ ‘กำมะถัน หรือซัลเฟอร์’ ซึ่งหากร่างกายได้รับกำมะถันในปริมาณที่พอเหมาะก็จะมีผลในการฆ่าเชื้อคล้ายกับการได้รับยาปฏิชีวนะอ่อนๆ นอกจากนี้ยังช่วยเผาผลาญพลังงานในร่างกายหรือช่วยไล่พยาธิได้ดี ในทางตรงกันข้าม การรับประทานที่มากเกินไปก็จะเป็นผลให้เกิดอาการร้อนในได้ด้วย สารตัวที่ 4 ก็คือ ‘เส้นใย’ ซึ่งมีผลดีต่อการขับถ่ายหรือการระบายของเสียออกจากร่างกาย ส่วนสารตัวสุดท้าย ก็คือ ‘สารต้านอนุมูลอิสระ’ ที่มีชื่อว่า เคอซิทิน สารตัวนี้เป็นสารตัวเดียวกันกับที่พบในหอมหัวใหญ่และองุ่น และจะพบได้มากในทุเรียนที่กำลังสุกงอม

    แม้ว่าในทุเรียนจะมีทั้งสารที่ดีและไม่ดีปะปนกันไป แต่หากร่างกายได้รับประทานทุเรียนเข้าไปในปริมาณที่พอดี หรือรับประทานไม่เกินครั้งละ 2 เม็ด (ขนาดกลาง) ก็จะส่งผลให้ร่างกายได้รับสารที่มีประโยชน์มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นข้อดีในด้านการฆ่าเชื้อโรค การไล่พยาธิ การเผาผลาญพลังงาน การช่วยเรื่องระบบการขับถ่าย หรือการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย

 

 

    เมื่อพิจารณาด้านสารอาหารจะพบว่าการรับประทานเนื้อทุเรียนประมาณ 100 กรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่พอเหมาะพอดี จะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานสูง 187 กิโลแคลอรี ได้ไขมัน 4.1 กรัม โปรตีน 2.5 กรัม และให้แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และวิตามินเอ ประมาณ 18 มิลลิกรัม 36 มิลลิกรัม 1 มิลลิกรัม และ 22 มิลลิกรัม ตามลำดับ ซึ่งถือเป็นปริมาณพลังงานหรือสารอาหารที่ไม่มากเสียจนเกินไป แต่ถ้าหากเรารับประทานในปริมาณที่มากกว่านี้ ก็จะมีผลให้ร่างกายได้รับพลังงานจากความหวานของทุเรียนมากเกินไป เปรียบเทียบง่ายๆว่า หากคุณรับประทานทุเรียน 4-5 เม็ด จะได้รับพลังงานประมาณ 400 กิโลแคลอรี ซึ่งเทียบเท่ากับการรับประทานข้าว 5 ทัพพี หรือการดื่มน้ำอัดลมเกือบ 2 กระป๋อง เลยทีเดียว

    อย่างไรก็ดี ปริมาณการรับประทานทุเรียนที่กล่าวไปก่อนหน้านี้จะเหมาะสมสำหรับคนปกติทั่วไปที่ไม่มีโรคประจำตัวใดๆ แต่ในกรณีที่คุณป่วยเป็นโรคเบาหวานหรือโรคหัวใจและหลอดเลือด ก็จำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังในการรับประทานทุเรียนให้มากกว่าเดิม และสามารถบริโภคผลไม้ชนิดนี้ได้ในปริมาณที่น้อยกว่าคนปกติบริโภคกัน

    นอกจากนี้ ยังมีสิ่งที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังอีกเล็กน้อยหากต้องการมีความสุขในการรับประทานทุเรียนอย่างเต็มที่ นั่นก็คือ ห้ามรับประทานทุเรียนร่วมกับการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เด็ดขาด เพราะในทุเรียนมีสารกำมะถันอยู่ในปริมาณมาก ซึ่งสารตัวนี้จะละลายได้ดีในแอลกอฮอล์ ทำให้แอลกอฮอล์ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว การรับประทานของสองสิ่งไปพร้อมๆกันจึงส่งผลให้คุณเมาเร็วและเมาหนักยิ่งขึ้น อีกทั้งยังก่อให้เกิดความผิดปกติต่อระบบการหายใจ เกิดอาการร้อนใน และเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้เลย

    และหากคนไหนที่รักในการรับประทานทุเรียนเป็นชีวิตจิตใจ แต่ก็เกรงกลัวว่าจะเกิดอาการร้อนในหากรับประทานมันบ่อยเกินไป ก็อาจใช้วิธีรับประทานร่วมกับผลไม้ที่มีน้ำเยอะอย่างมังคุด ลองกอง หรือแตงโม ก็จะมีส่วนช่วยในการดับร้อนได้เป็นอย่างดี อีกทั้งมื้อใดที่ต้องการรับประทานทุเรียน ก็ควรจะลดปริมาณการรับประทานอาหารอื่นๆในมื้อหลักลงด้วย ร่างกายจะได้ไม่ได้รับพลังงานที่มากจนเกินไป

    หากรักที่จะรับประทานทุเรียนแล้ว ก็ต้องมีลิมิตในการบริโภคกันนิดนึงนะคะ ทั้งนี้ก็เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง และจะได้ห่างไกลต่อการเกิดโรคภัยไข้เจ็บกันทุกๆคน

 

ที่มา:  www.สุขภาพน่ารู้.com

title-download.jpg

Contact-US03.gif