Skip to content. | Skip to navigation

Personal tools

This is SunRain Plone Theme

ค่าเงินบาทของไทย

ค่าของเงิน

money

“ค่าเงินบาทแข็งสุดในรอบ 6 ปี ข้อมูล ณ วันที่ 25 ตุลาคม 2562 เมื่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ มีมูลค่าเท่ากับ 32.23 บาทไทย เราได้ยินข่าวเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง มาลองทำความรู้จักค่าเงินบาทแข็งกันเถอะ

เงินบาทแข็งค่า หมายถึงอะไร? อธิบายอย่างง่าย ได้ว่า ถ้าเราใช้เงินบาทจำนวนเท่าเดิมไปแลกเงินต่างประเทศ เราจะได้เงินต่างประเทศจำนวนมากกว่าเดิม สมมุติว่าจากเดิม 1 ดอลลาร์แลกเงินไทยได้ 50 บาท ต่อมา 1 ดอลลาร์ แลกเงินได้ 40 บาท แปลว่าเงินบาทแพงขึ้น หรือค่าแข็งขึ้น คือใช้เงินไทยเพียง 40 บาทก็จะสามารถซื้อสินค้าได้ 1 ชิ้นแล้ว จากที่ก่อนหน้านี้ต้องใช้เงินถึง 50 บาท

ดังนั้น ผู้ซื้อก็จะเป็นผู้ได้ประโยชน์ในเบื้องต้น ในขณะเดียวกันฝรั่งผู้ขายสินค้าก็ไม่ได้เสียประโยชน์อะไร เพราะเขาก็ได้เงิน 1 ดอลลาร์ เช่นเดิม แต่อาจขายสินค้าได้มากขึ้นเนื่องจากเมื่อผู้ซื้อเห็นว่าสินค้าราคาถูกลงเมื่อคิดเป็นเงินบาท จึงอาจทำให้มีรายการสั่งซื้อสินค้ามากขึ้น ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์ในทางอ้อมนั่นเอง

แต่สำหรับผู้ขายสินค้า (ผู้ส่งออก) เมื่อเงินบาทแข็งค่าขึ้นสินค้าที่ตั้งราคาขายที่ 1 ดอลลาร์ จะสามารถแลกกลับมาเป็นเงินบาทไทยได้เพียง 40 บาท จากที่เคยแลกได้ถึง 50 บาท การที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นจึงทำให้ยอดขายของเขาลดลงไปถึง 10 บาทต่อสินค้า 1 ชิ้นทีเดียว

หากธุรกิจมีการกู้เงินจากต่างประเทศ 1 ดอลลาร์ จากที่ต้องนำเงิน 50 บาท ไปแลก เพื่อคืนหนี้จำนวน 1 ดอลลาร์ เมื่อค่าเงินแข็งขึ้นในกรณีตัวอย่างนี้ก็จะใช้เงินเพียง 40 บาท ในการคืนหนี้จำนวน 1 ดอลลาร์นั่งเอง ในกรณีนี้ผู้ให้กู้ก็ไม่ได้เสียประโยชน์แต่อย่างใดเพราะจะได้รับเงินคืนในจำนวน 1 ดอลลาร์ เช่นเดิม

กล่าวโดยสรุปก็คือ เมื่อเวลาค่าเงินบาทแข็ง จะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออก การส่งออกนับเป็นเครื่องจักรสำคัญต่อการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ดังนั้น ถ้าการส่งออกเริ่มมีปัญหาจะส่งผลต่อการเติบโต GDP ของประเทศ แต่เมื่อเหรียญมี 2 ด้าน การแข็งค่าของเงินบาทอีกด้านหนึ่งก็มีผลดีเช่นเดียวกัน เช่น ก่อนหน้านี้ถ้าเราเป็นหนี้อยู่ 1 ดอลลาร์ เราต้องใช้เงิน 50 บาท แต่วันนี้เราจะใช้เงินเพียง 40 บาท หรือแม้แต่เวลาเราไปเที่ยวต่างประเทศ ซื้อสินค้าจากต่างประเทศในช่วงที่ค่าเงินบาทแข็งค่านั้นจะทำให้เรามีกำลังซื้อที่มากขึ้น

ดังนั้น การแข็งค่าของเงินบาทในปุจจุบันจึงมีทั้งผลบวกและลบต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง ขึ้นอยู่กับว่าจะมองจากมุมไหน แต่ไม่ว่าจะอ่อนหรือแข็ง สิ่งสำคัญที่สุดคือ เสถียรภาพของค่าเงิน ถ้าค่าเงินผันผวนอ่อนเร็วเกินไป หรือแข็งเร็วเกินไป คาดการณ์ไม่ได้ก็จะทำให้คนทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศทำงานได้ลำบากมากขึ้น จากตอนแรกที่เราคิดว่าจะได้กำไร แต่ผลปรากฏว่าเมื่อเวลาผ่านไปเราอาจจะขาดทุนเพราะค่าเงิน

เงิน

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการแข็งค่าหรืออ่อนค่าของเงินนั้นมีหลายอย่าง เช่น 1. ส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยในประเทศและต่างประเทศ 2. การอ่อนของสกุลเงินหลัก 3. การเติบโตของเศรษฐกิจ 4. การเติบโตของนักท่องเที่ยว 5. เสถียรภาพทางการเมือง

วิธีหนึ่งที่เรามักจะใช้ดูการเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน คือ “ดุลบัญชีเดินสะพัด” ถ้าดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลต่อเนื่อง ก็จะแปลว่ามีเงินจากต่างประเทศไหลเข้ามาในประเทศ และทำให้ค่าเงินของประเทศนั้นแข็งค่า

ดุลบัญชีเดินสะพัด ประกอบด้วย ดุลการค้า และดุลบริการดุลการค้าของประเทศไทยเกินดุลมาตลอดการท่องเที่ยวเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ไทยเกินดุลบริการ พอเรื่องเป็นแบบนี้ดุลบัญชีเดินสะพัดก็เพิ่มขึ้นเรื่อยมา จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ค่าเงินบาทในประเทศแข็งค่าอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

ขอบคุณที่มา  UOB Asset Management

โดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด

title-download.jpg

Contact-US03.gif